วันพฤหัสบดีที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2558

โครงงานคอมพิวเตอร์

    กลุ่มที่ 4

สมาชิก

1.นายพงค์ภักฆ์  บุญฤทธิ์  เลขที่ 6

2.นายสรวิชญ์  ชูจันทร์  เลขที่ 7

3.นายสุทธิภัทร  แก้วกอน  เลขที่ 8

4.นายอธิป  ชูประเสริฐ  เลขที่ 9

วิธีดำเนินการ

1. ทำการเลือกหัวข้อที่สนใจ 

2. กำหนดปัญหาเกี่ยวกับขยะ

3. รวบรวมข้อมูลตามหัวข้อที่เราสนใจจะศึกษา

4. ดำเนินการทำโครงงานถ่ายทำสารดีเกี่ยวเรื่องที่สนใจ

5. ทำเอกสารประกอบการทำโครงงานเรื่องที่เราสนใจจะศึกษา

6. นำเสนอโครงงานเกี่ยวกับเรื่องที่เราจะศึกษา

ผลการดำเนินการ

     ทำให้รู้ว่าขยะคืออะไรมีผลดีผลเสียอย่างไร มีผลกระทบต่อมนุษย์ ชุมชน สังคม ประเทศชาติอย่างไร และเราจะมีวิธีการแก้ปัญหาอย่างไร ซึ่งจะทำให้เราสามารถนำไปเผยแพร่ได้หรือปล่าว

แหล่งเรียนรู้

https://web.ku.ac.th/schoolnet/snet6/envi3/garbet/garbetn.htm

http://www.greentheearth.info/%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%B0%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%99-%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A-%E0%B8%82%E0%B8%A2%E0%B8%B0/

หลักฐานประกอบ




วันพฤหัสบดีที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

ประเภทของขยะมูลฝอย

ประเภทของขยะมูลฝอย
         ขยะมูลฝอยอาจแบ่งออกได้ตามลักษณะส่วนประกอบของขยะมูลฝอย  ได้เป็น 10 ประเภท  ได้แก่

1.  ผักผลไม้ และเศษอาหาร  ได้แก่  เศษผัก  เศษผลไม้  เศษอาหารที่เหลือจากการปรุงอาหารและเหลือจากการบริโภค  เช่น  ข้าวสุก  เปลือกผลไม้  เนื้อสัตว์  ฯลฯ
2.  กระดาษ  ได้แก่  วัสดุหรือผลิตภัณฑ์ที่ทำจากเยื่อกระดาษ  เช่น  กระดาษหนังสือพิมพ์ใบปลิว  ถุงกระดาษ  กล่องกระดาษ  ฯลฯ
3.  พลาสติก  ได้แก่  วัสดุหรือผลิตภัณฑ์ที่ทำจากพลาสติก  เช่น  ถุงพลาสติก  ภาชนะพลาสติก  ของเล่นเด็ก  ผลิตภัณฑ์ไฟเบอร์กลาส  ฯลฯ
4.  ผ้า  ได้แก่  สิ่งทอต่าง ๆ  ที่ทำมาจากเส้นใยธรรมชาติและใยสังเคราะห์  เช่น  ฝ้าย  ลินินขนสัตว์  ผ้าไนลอน  ได้แก่  เศษผ้า  ผ้าเช็ดมือ  ถุงเท้า  ผ้าขี้ริ้ว  ฯลฯ
5.  แก้ว  ได้แก่  วัสดุหรือผลิตภัณฑ์ที่ทำจากแก้ว  เช่น  เศษกระจก  ขวด  หลอดไฟ  เครื่องแก้ว  ฯลฯ
6.  ไม้  ได้แก่  วัสดุหรือผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากไม้  ไม้ไผ่  ฟาง  หญ้า  เศษไม้  เช่น  กล่องไม้เก้าอี้  โต๊ะ  เฟอร์นิเจอร์  เครื่องเรือน  ฯลฯ
7.  โลหะ  ได้แก่  วัสดุหรือผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่ทำจากโลหะ  เช่น  กระป๋อง  ตะปู  ลวดภาชนะที่ทำจากโลหะต่าง  ฯลฯ
8.  หิน  กระเบื้อง  กระดูก และเปลือกหอย ได้แก่  เศษหิน  เปลือกหอย  เศษกระดูกสัตว์เช่น  ก้างปลา  เครื่องปั้นดินเผา  เปลือกหอย  กุ้ง  ปู  เครื่องเคลือบ  ฯลฯ
9.  ยางและหนัง  ได้แก่  วัสดุและผลิตภัณฑ์ที่ทำจากยางและหนัง  เช่น  รองเท้า  กระเป๋าลูกบอล  ฯลฯ

การกำจัดขยะมูลฝอย

การกำจัดขยะมูลฝอยเริ่มตั้งแต่การเก็บรวบรวม  การขนย้ายไปยังโรงงานและการทำลายขยะมูลฝอย เมื่อเรารวบรวมขยะมูลฝอยทิ้ง  ควรแยกให้เป็นประเภท  เพื่อช่วยให้ง่ายต่อการเก็บและทำลาย  เศษแก้ว  เศษกระจก และของมีคมต่าง ๆ  ควรแยกต่างหาก  ไม่ทิ้งปะปนกับขยะมูลฝอยอื่น ๆ   เพราะอาจจะบาดหรือตำผู้อื่นได้  เราควรเก็บขยะมูลฝอยใส่ถุงและผูกปากถุงให้เรียบร้อย  ใส่ในภาชนะที่มีฝาปิดมิดชิด  เพื่อป้องกันสุนัขคุ้ยเขี่ยการขนย้ายได้รับการปรับปรุงขึ้นมาก  ตามเมืองใหญ่และในเขตเทศบาล  จะมีรถไปเก็บขยะมูลฝอยถึงบ้าน  ในบางเขตจะมีถังรองรับขยะมูลฝอยตั้งไว้ริมถนน หรือตามบริเวณที่มีขยะมูลฝอยมาก  เช่น  ตามโรงเรียน  ตลาด  ศูนย์การค้า  ฯลฯ  เราควรผูกปากถุงให้เรียบร้อย  แล้วขนไปใส่ลงในถังรองรับที่จัดตั้งไว้ตามจุดต่าง ๆ  เมื่อถังเต็มจะมีรถมาขนไปยังโรงงานเพื่อทำลายต่อไปการกำจัดขยะมูลฝอย  มีหลายวิธี  เช่น  การเผากลางแจ้ง  การเทกองบนพื้นดิน  การนำไปทิ้งทะเล  แต่วิธีการเหล่านี้ไม่ถูกต้อง  เพราะทำให้เกิดภาวะมลพิษต่อสภาพแวดล้อมและสุขภาพอนามัยของมนุษย์  ตัวอย่างเช่น  การเผากลางแจ้ง  ทำให้เกิดควันและฝุ่นละอองในอากาศ วิธีกำจัดที่ถูกต้อง คือ การเผาในเตาเผาขยะ  การฝังกลบ  การหมักทำปุ๋ย และการแปรสภาพเป็นพลังงาน

     การเผาขยะ
          สามารถทำลายขยะมูลฝอยได้เกือบทุกชนิด  เตาเผามีหลายชนิดขึ้นอยู่กับลักษณะของขยะมูลฝอย  ถ้าเป็นประเภทที่ติดไฟง่าย  เราสามารถใช้เตาเผาชนิดที่ไม่ต้องใช้เชื้อเพลิงช่วย  แต่ถ้าขยะมูลฝอยมีความชื้นมากกว่าร้อยละ 50   เตาเผาขยะต้องเป็นชนิดที่ใช้เชื้อเพลิงจำพวกน้ำมันเตาช่วยในการเผาไหม้  การเผาในเตาเผาใช้เนื้อที่น้อย  ส่วนที่เหลือจากการเผาไหม้  เช่น  ขี้เถ้า  สามารถนำไปใช้ถมที่ดินหรือใช้ประโยชน์อย่างอื่นได้
     การฝังกลบ
        ทำได้โดยนำขยะมูลฝอยมาเทลงในพื้นที่ที่เตรียมเอาไว้แล้วกลบด้วยดิน และบดให้แน่นอีกครั้งหนึ่ง  การฝังกลบไม่สร้างความรำคาญและเป็นอันตรายต่อสภาพแวดล้อม  พื้นที่บางแห่งเมื่อถมเสร็จเรียบร้อย  อาจนำไปใช้ประโยชน์อื่น ๆ  เช่น  ทำเป็นสวนหย่อม  สนามกีฬา  เป็นต้น
รูปโรงกำจัดขยะ
     การแปรสภาพขยะมูลฝอยเป็นพลังงาน
        คือการนำขยะมูลฝอยที่ติดไฟได้มาทำเป็นเชื้อเพลิงสำหรับต้มน้ำ หรือผลิตไอน้ำเพื่อไปหมุนเครื่องกำเนิดไฟฟ้าได้
     การหมักทำปุ๋ย
        ใช้วิธีนำขยะมูลฝอยที่ส่วนมากเน่าเปื่อยได้  มาผ่านขบวนการบดหมักทำลายของโรงงานกำจัดขยะมูลฝอย  เพื่อให้เกิดการย่อยสลายตัว  ขยะมูลฝอยที่ผ่านการหมักแล้ว  จะถูกนำไปผึ่งต่อที่ลานผึ่งประมาณ 40-60 วัน  เพื่อให้การย่อยสลายเป็นไปโดยสมบูรณ์  จากนั้นจะถูกนำไปร่อนแยกเอาส่วนที่จะใช้เป็นปุ๋ยต่อไป
         ขยะมูลฝอยมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นทุกวันตามจำนวนประชากร  ถ้าเรามักง่าย  ไม่ทิ้งขยะให้เป็นที่เป็นทาง  จะเป็นปัญหาต่อสภาพแวดล้อมและเป็นอันตรายต่อสุขภาพของเรา  กองขยะมูลฝอยเป็นแหล่งสะสมสิ่งสกปรก  นอกจากจะส่งกลิ่นเหม็น  ทำให้อากาศเป็นพิษ  ยังเป็นที่อาศัยของสัตว์นำโรค  เช่น  ยุง  แมลงวัน และหนู  เป็นแหล่งแพร่เชื้อโรคอย่างดี  เราทุกคนจึงควรช่วยกันทิ้งขยะมูลฝอยให้เป็นระเบียบ  บ้านเมืองของเราจะได้สวยงาม  สะอาด  ร่มรื่น และไม่มีมลพิษ
         เศษกระดาษ  เศษถุงพลาสติก  เศษผัก  เศษอาหาร  ใบไม้  ซากสัตว์  รวมถึงวัตถุอื่น ๆ ที่มนุษย์ไม่ต้องการ  เรียกว่า  ขยะมูลฝอย  ขยะมูลฝอยเกิดจากกิจกรรมในบ้านเรือน  โรงงาน  โรงเรียน  ตลาด  ร้านค้า  ข้างถนน  บริเวณที่มีการก่อสร้าง และทุกแห่งที่มีมนุษย์อยู่  เป็นต้น
         ในบ้านของเราก็มีขยะมูลฝอย  ถ้าเราทิ้งขยะเกลื่อนกลาดไม่เป็นที่เป็นทาง  บ้านก็จะสกปรก  ขาดความสวยงามและความเป็นระเบียบเรียบร้อย  เป็นที่รังเกียจแก่ผู้พบเห็น และยังมีกลิ่นเหม็นที่ก่อให้เกิดความรำคาญแก่ผู้ที่อยู่อาศัยและบริเวณใกล้เคียงอีกด้วย
         นอกจากนี้  กองขยะมูลฝอยยังเป็นแหล่งอาหาร  แหล่งเพาะพันธุ์ และเป็นที่หลบซ่อนของสัตว์ที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพของมนุษย์ คือ เป็นพาหะนำโรค  เช่น  หนู  แมลงวัน  แมลงสาบและยุง  ตลอดจนสิ่งมีชีวิตที่มองไม่เห็น คือ เชื้อโรคต่าง ๆ อีกด้วย
         การทิ้งขยะมูลฝอยให้เป็นที่เป็นทาง  คือทิ้งขยะมูลฝอยลงในภาชนะ  เช่น  ถังที่มีฝาปิด  ถ้าใช้ถุงพลาสติก  เมื่อเต็มแล้วต้องผูกปากถุงให้มิดชิดเพื่อป้องกันกลิ่นเหม็น และป้องกันไม่ให้สัตว์คุ้ยเขี่ย ทั้งนี้จะช่วยป้องกันความสกปรก และอันตรายที่เกิดจากขยะมูลฝอย  เช่น  เศษแก้วบาดเท้า  การเก็บขยะมูลฝอยให้มิดชิด  ทำให้บ้านเมืองของเราสะอาดเป็นระเบียบ  สวยงามน่าอยู่อาศัย
         ขยะมูลฝอยเกิดขึ้นมาพร้อม ๆ กับมนุษย์  เมื่อมนุษย์ทำสิ่งของเครื่องมือเครื่องใช้  ปรุงอาหารหรือรับประทานอาหาร  จะมีเศษหรือสิ่งที่ไม่ต้องการเหลือ  เช่น  เศษไม้เหลือจากการแกะสลัก  ถุงพลาสติกใส่ของที่ซื้อมา  กระดาษหนังสือพิมพ์ที่อ่านแล้ว และเศษอาหารเหลือจากการรับประทาน  เป็นต้น
         ขยะมูลฝอยที่กองหมักหมมเป็นสิ่งสกปรก  ส่งกลิ่นเน่าเหม็น  มีแมลงวันตอม  หนู  แมลงสาบ  มด และเชื้อโรคต่าง ๆ  อาศัยอยู่ในกองขยะมูลฝอย  ซึ่งเป็นแหล่งอาหารและที่เพาะพันธุ์ของมัน  การทิ้งขยะมูลฝอยลงบนพื้นถนนหรือลงในแม่น้ำลำคลองนั้น  นอกจากจะทำให้บ้านเมืองดูไม่เป็นระเบียบแล้ว  ขยะมูลฝอยยังเป็นสิ่งกีดขวางการจราจรอีกด้วย  การทิ้งขยะมูลฝอยลงในลำน้ำจะทำให้ลำน้ำตื้นเขิน และน้ำไหลเวียนไม่สะดวก  ขยะมูลฝอยที่มีปริมาณมาก  จะทำให้น้ำในลำคลองเน่าเสีย และส่งผลกระทบต่อผู้ใช้น้ำและสัตว์น้ำที่อาศัยในแม่น้ำลำคลองนั้น
         กองขยะมูลฝอยที่ถูกทิ้งไว้นาน ๆ   จะเน่าเสียและส่งกลิ่นเหม็นรบกวนผู้ที่อยู่บริเวณข้างเคียง  เศษชิ้นส่วนของขยะมูลฝอยบางชนิดมีน้ำหนักเบา  จะฟุ้งกระจายไปในอากาศ  ส่งกลิ่นเหม็น และฝุ่นที่เกิดจากเศษขยะทำให้คุณภาพอากาศเสียไปด้วย
         เมื่อเราเป็นผู้ที่ทำให้เกิดขยะมูลฝอยขึ้นมา  เราทุกคนจึงควรช่วยกันรักษาความสะอาด  ป้องกันอันตรายต่าง ๆ  ที่อาจเกิดขึ้นได้จากขยะมูลฝอย  การทิ้งขยะให้ถูกต้อง คือ ทิ้งขยะมูลฝอยในภาชนะที่จัดไว้สำหรับทิ้งขยะมูลฝอย  แล้วจัดการเผาหรือฝังเสีย  ในท้องที่ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ทางการเก็บขยะมูลฝอย  เราก็ควรใส่ขยะลงในถุงพลาสติกผูกปากให้แน่น หรือใส่ภาชนะที่แข็งแรง  เช่น  ถังที่ไม่รั่วซึม  มีฝาปิดมิดชิด  ไม่ควรใช้เข่ง  เพื่อที่พนักงานเก็บขนขยะมูลฝอย  จะได้นำไปกำจัดที่สถานที่กำจัดขยะได้สะดวก

ประเภทของขยะมูลฝอย

 ขยะมูลฝอยแยกออกเป็น 5 ประเภท  ได้แก่
            1.  เศษอาหารและพืชผัก  ที่เหลือจากการรับประทานและการประกอบอาหาร
            2.  เศษแก้วแตก  กระเบื้องแตก  เศษวัสดุก่อสร้าง  เช่น  ไม้  อิฐ  หิน และอื่น ๆ
            3.  วัสดุชิ้นใหญ่  เช่น  รถจักรยานพัง หรือเครื่องไฟฟ้าที่ใช้การไม่ได้  ฯลฯ
            4.  วัสดุที่มีสารพิษ  เช่น  หลอดไฟ  หลอดนีออน  แบตเตอรี่ที่ใช้การไม่ได้  วัสดุติดเชื้อ
ต่าง ๆ  เช่น  ขยะมูลฝอยที่เก็บได้จากโรงพยาบาล และวัสดุสารเคมีจากโรงงาน  เป็นต้น
            5.  วัสดุที่ยังมีสภาพดี  เช่น  กระดาษหนังสือพิมพ์  กล่องกระดาษ  ขวดที่ไม่แตก  ขยะมูล
ฝอยประเภทนี้  อาจนำไปขายต่อได้

เริ่มที่เรื่องใกล้ตัว

เริ่มที่เรื่องใกล้ตัว

      งานถ่ายภาพสารคดี เป็นงานที่ต้องใช้เวลาในการเสาะหาความรู้ วางโครงเรื่องที่ต้องการนำเสนอ จินตนาการภาพประกอบว่าควรจะต้องมีภาพในมุมใดแบบใดบ้าง ยกเว้นในงานทางด้านสังคม วัฒนธรรมบางสถานการณ์ที่อาจจะต้องทำงานถ่ายภาพไปตามเงื่อนไขของเวลา ที่สำคัญการถ่ายภาพของนักถ่ายภาพสารคดีนั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องทำงานภายใต้กรอบจริยธรรมของนักสื่อสารมวลชน

          นักถ่ายภาพหลายคนไม่รู้จะเริ่มต้นในการถ่ายภาพสารคดีอย่างไร และหลายคนที่ไร้จุดหมายก็มักเลิกล้มกับการถ่ายภาพสารคดีเสียง่าย ๆ ส่วนหนึ่งมาจากงานสารคดีเป็นงานที่ต้องใช้ทั้งแรงกาย และทุนทรัพย์ในการถ่ายทำ ซึ่งตรงกันข้ามกับค่าตอบแทนที่แสนต่ำ เพราะความต้องการของตลาดไม่กว้างเท่ากับการถ่ายภาพเชิงพาณิชย์อื่น ๆ นักถ่ายภาพสารคดีหลายคนต้องยอมควักทุนตัวเองเพื่อทำงาน สนองอุดมการณ์และความรักในการถ่ายภาพแนวนี้เท่านั้น

          เทคนิคง่าย ๆ อย่างหนึ่ในการทำงานถ่ายภาพงานสารคดีคือ สนใจเรื่องใกล้ตัว นักถ่ายภาพที่อาศัยอยู่ในต่างจังหวัดก็จะได้เปรียบเรื่องที่เกี่ยวกับธรรมชาติ วิถีชีวิตแบบดั้งเดิม ส่วนในกรุงเทพฯ หรือเมืองใหญ่ ๆ ก็อาจจะมีเรื่องทางสังคม ความแตกต่างเหลื่อมล้ำ เป็นต้น ลองมองสิ่งรอบข้างใกล้ตัว โดยเฉพาะเรื่องที่ดูเข้าใจง่ายและมีให้พบเห็นบ่อยครั้ง การกำหนดเรื่องรอบตัวสักเรื่องให้เป็นเป้าหมายในการถ่ายภาพจะเป็นการฝึกฝนที่ดี

          การถ่ายภาพสารคดีนั้นเรื่องของเทคนิคการถ่ายภาพอาจจะไม่ใช่ประเด็นสำคัญ กระบวนการคิดและมุมมองในการนำเสนอเรื่องนั้น ๆ ครบถ้วนรอบด้านหรือไม่ต่างหากคือหัวใจ งานสารคดีโดยส่วนใหญ่จะเป็นการนำเสนอภาพชุดที่สอดคล้อยกันในประเด็นที่ต้องการนำเสนอ เพราะฉะนั้นอย่าถ่ายภาพเฉพาะส่วนใดส่วนหนึ่ง เมื่อมีภาพในใจแล้วจึงใช้เทคนิคในการถ่ายภาพที่เหมาะสมถ่ายภาพอย่างที่ต้องการ  

การใช้กรอบเพื่อบีบสายตาสู่ซับเจ็ค

การใช้กรอบเพื่อบีบสายตาสู่ซับเจ็ค
      
      ในการเดินทางแต่ละทริปสำหรับนักถ่ายภาพที่ไม่ใช่มืออาชีพคงจะไม่ได้แพลนล่วงหน้าว่าจะต้องถ่ายอะไรบ้าง ส่วนใหญ่แล้วก็เพียงแค่หาข้อมูลว่าสถานที่นั้นมีอะไรน่าสนใจ ที่เหลือก็ไปวัดกันภาคสนาม ซึ่งจริง ๆ แล้วไม่ใช่วิธีที่ถูกต้องของการถ่ายภาพสารคดีเลย เพราะเราควรจะหาข้อมูลรอบด้าน และต้องวางแผนว่าจะต้องถ่ายภาพอะไรบ้างเพื่อให้ได้ภาพครบพอที่จะใช้กับบทความเรื่องหนึ่ง หรือกับภาพชุด ๆ หนึ่ง หากมีปัญหาที่หน้างานจึงค่อยแก้ไขอีกที การจดจ่อมุ่งมั่นกับภาพที่สร้างไว้ในใจจะทำให้เราไม่พลาดสิ่งสำคัญของเรื่องราวที่จะบันทึก


          อย่างภาพเมืองซาปา เวียดนามเมื่อ 4 ปีก่อน ผู้ถ่ายเลือกมุมด้วยการใช้ฉากหน้าซึ่งเป็นรั้วไม้ไผ่เพื่อสร้างกรอบภาพในการบีบสายตาให้มุ่งไปที่เด็ก แต่การใช้ฉากหน้าลักษณะนี้ สิ่งที่ควรให้ความสำคัญคือขนาดของซับเจ็คต้องลงตัว เพราะหากใช้ที่ช่วงไวค์มากเกินไปซับเจ็คก็จะมีขนาดเล็กไปเด่นที่รั้วไม้ไผ่แทน อีกเรื่องคือระยะห่างระหว่างกล้องกับรั้ว เพราะมีผลต่อขนาดของช่อง ส่วนสำคัญต้องไม่ถูกรั้วไม่ไผ่บัง ต้องขยับกล้องจนได้มุมที่ดีก่อนจึงกดชัตเตอร์ ซึ่งกล้องคอมแพคจะให้ความคล่องตัวสูงกว่าและไม่เป็นจุดสนใจของเด็กทำให้ได้ภาพที่เป็นธรรมชาติกว่า

          นอกจากจะได้กรอบภาพเป็นฉากหน้าแล้ว สิ่งที่ได้มาด้วยคือความลึกของภาพ ภาพจะดูมีมิติกว่าการถ่ายโดยไม่มีฉากหน้า แต่ต้องระวังเรื่องการโฟกัสด้วยโดยต้องใช้โฟกัสแบบเฉพาะจุดกลาง หลีกเลี่ยงการใช้ระบบโฟกัสแบบพื้นที่กว้างเพราะกล้องอาจไปโฟกัสที่ไม่ไผ่ แทนที่จะเป็นเด็ก

ความเป็นจริงของช่างภาพสารคดี

ความเป็นจริงของช่างภาพสารคดี

      นักถ่ายภาพที่สนใจการถ่ายภาพเชิงสารคดี ส่วนใหญ่น่าจะได้รับอิทธิพลมาจาก National Geographic บ้างไม่มากก็น้อย เห็นภาพสวย ๆ แล้วก็จึงอยากถ่ายภาพได้อย่างนั้นบ้าง บางคนเพียงแค่คิดแต่ไม่เคยลงมือจริงจัง แต่ก็มีอีกจำนวนไม่น้อยได้ทดลองเหยียบย่างลงไปบนทางสายนี้เพื่อที่จะพบกับความจริงข้อหนึ่งนอกเหนือไปจากปัญหาในแง่เทคนิคและวิธีการถ่ายภาพ 

          ความจริงที่ว่า "ค่าตอบแทนมันช่างไม่คุ้มค่ากับการลงทุนเสียเลย" สารคดีบางเรื่อง ช่างภาพอาจใช้เวลาสั้นๆ กับการออกพื้นที่เพียงครั้งสองครั้งเพื่อให้ได้ภาพที่ครบสมบูรณ์ครอบคลุมเนื้อหาทั้งหมดได้ แต่กับสารคดี บางเรื่องอาจต้องใช้เวลาเป็นปี ๆ และการลงพื้นที่ซ้ำแล้วซ้ำอีก ทั้งอาจต้องการอุปกรณ์พิเศษสำหรับการถ่ายภาพ ที่ต้องลงทุนสูง เช่น การถ่ายภาพใต้น้ำ หรือการถ่ายภาพจากทางอากาศ

          ซึ่งถ้าต้นสังกัดของคุณมีเงินทุนมากพอในระดับใกล้เคียงกับ NG. เรื่องนี้ก็คงไม่ใช่ปัญหา หรือต่อให้เป็นช่างภาพอิสระ แต่ถ้าเรื่องผ่านการพิจารณาได้ลงตีพิมพ์ใน NG. (ฉบับภาษาอังกฤษ) ก็อาจคุ้มกับการลงทุน แต่ถ้าขอบเขตการทำงานของคุณถูกจำกัดเพียงแค่ภาษาไทย ประเทศที่ได้ชื่อว่ามีคนอ่านหนังสือน้อยติดลำดับต้นๆ ของโลกแล้วล่ะก็คงต้องคิดสะระตะให้ดีเสียก่อน หรือถ้าจะให้บอกอย่างตรงไปตรงมาอย่างไม่ต้องเกรงใจใครจริง ๆ ล่ะก็ "ไปขายเต้าฮวยดีกว่าครับ" เพราะมันยังเป็นอาชีพที่พอจะมองเห็นหนทางร่ำรวย หรืออย่างน้อยก็พอจะสร้างรายได้หาเลี้ยงชีพได้ดีกว่าง่ายกว่าการเป็นช่างภาพสารคดีอิสระชาวไทยอย่างแน่นอน

          ลองกวาดตาไปดูช่างภาพสารคดีชาวไทยให้ดี ๆ ที่ยังดำรงชีพอยู่ได้สบาย ๆ ก็คือช่างภาพที่มีสังกัดเท่านั้น หากเป็นช่างภาพอิสระแล้ว บอกได้เลยว่า ร้อยเก้าสิบเก้า อยู่ได้ด้วยงานอย่างอื่นหรือไม่ก็ต้องรับจ๊อบถ่ายภาพงานอย่างอื่น ๆ ช่วยประคองตัวไปเท่านั้น

แต่งภาพได้แค่ไหน

แต่งภาพได้แค่ไหน
      
     ข้อนี้เป็นคำถามต่อเนื่องที่เพิ่งจะเกิดขึ้นในยุคของการถ่ายภาพด้วยระบบดิจิตอล ซึ่งคำตอบก็เป็นไปในทำนองเดียวกันคือทำได้ในขอบเขตที่ไม่ผิดความเป็นจริง ซึ่งส่วนใหญ่คือการปรับขั้นพื้นฐานจำพวก ความคมชัด สีสัน คอนทราสต์นิด ๆ หน่อย ๆ เพื่อให้คุณภาพของภาพนั้น ๆ ดีขึ้น ส่วนการตกแต่งภาพในระดับรีทัชตัดต่อ ลบตรงโน้นทิ้ง เออะไรมาใส่เพิ่ม คงต้องพิจารณาเป็นภาพ ๆ เป็นกรณี ๆ ไป เพราะมันอาจทำได้ถ้ายังอยู่ภายใต้เงื่อนไขที่ไม่บิดเบือนความเป็นจริง ไม่ทำให้ผู้ชมผู้อ่านเข้าใจอะไรผิด

จัดหรือไม่จัด


จัดหรือไม่จัด

          ทั้งนี้ มีคำถามยอดนิยมอยู่เรื่องหนึ่งสำหรับการถ่ายภาพในเชิงสารคดี ก็คือคำถามในทำนองว่าช่างภาพสามารถ "จัด" ได้หรือไม่ เนื่องด้วยสารคดี นั้นมีเนื้อหาจาก "ความเป็นจริง" การจัดถ่ายในรูปแบบต่าง ๆ จะทำให้ภาพ "ผิดความเป็นจริง" ไปหรือไม่ ?

          เรื่องนี้สามารถตอบให้ชัดเจนได้เลยว่า ช่างภาพสามารถ "จัด" ได้ ถ้า...การจัดนั้นไม่ทำให้เนื้อหาหรือความเป็นจริงบิดเบือนไป โดยเฉพาะเมื่อเรื่องและภาพเหล่านั้นนั้นกำลังพูดถึงประเด็นที่ละเอียดอ่อนทางสังคม การเมือง เชื้อชาติ ศาสนาเรื่องทำนองนี้ยิ่งต้องระวังให้มากเป็นพิเศษ รักษาความเป็นกลางในการนำเสนอให้ได้โดยไม่นำเอาอารมณ์ ความรู้สึก หรือความคิดเห็นส่วนตัวสอดแทรกลงไป เพราะมันเท่ากับเป็นการชักจูงให้ผู้อ่านคล้อยตามสิ่งในที่เราคิด ซึ่งไม่ใช่การนำเสนอที่เป็นความจริงหรือบอกความจริงไม่หมด

การถ่ายภาพสารคดี


การถ่ายภาพสารคดี (FOTOINFO)

          การถ่ายภาพแนวสารคดี หมายความรอบคลุมถึงการถ่ายภาพในทุกประเภททุกแนว ไม่ว่าจะเป็นมาโคร วิวทิวทัศน์ นก สัตว์ป่า พอร์เทรต วิถีชีวิต สตรีท กีฬา อาหาร การแสดง สตีลไลฟ์ สงคราม ท่องเที่ยว ฯลฯ รวมไปถึงการถ่ายภาพทางอากาศ และภาพใต้น้ำ หรือแม้แต่การถ่ายภาพจากอวกาศด้วยดาวเทียมการถ่ายภาพดวงดาวจากกล้องโทรทัศน์

          ด้วยเพราะเนื้อหาของสารคดีเรื่องหนึ่งๆ มันเป็นได้ตั้งแต่ไม้จิ้มฟันยันเรือรบ เป็นได้ทั้งสิ่งมีชีวิต และสิ่งไม่มีชีวิต เป็นสถานที่ เป็นเหตุการณ์บางอย่างเป็นภัยธรรมชาติ เป็นเรื่องการเมือง เป็นเรื่องศาสนาเป็นเรื่องส่วนบุคคล เป็นชีวิตสัตว์ เป็นเรื่องเกี่ยวกับประเพณีวัฒนธรรม เป็นการละเล่นพื้นเมือง เป็นกีฬาสากล เป็นงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ฯลฯ ขึ้นกับว่านักเขียนจะคิดเรื่องคิดประเด็นอะไรขึ้นมาได้

ความหมายของขยะ

ขยะมูลฝอย
     ในเมืองใหญ่  เราจะเห็นบางถนนสะอาด  มีกระถางดอกไม้  ต้นไม้เรียงรายอยู่ข้างทาง  แต่บางถนนสกปรก  มีถุงใส่เศษอาหาร  เปลือกผลไม้  ตกทิ้งอยู่กลาดเกลื่อน  ถ้าเราเดินทางไปทางเรือ  เราจะเห็นแม่น้ำลำคลองบางตอนใสสะอาด  มีปลาว่ายไปมาในน้ำ  บางตอนสกปรก  มีขยะมูลฝอยลอยอยู่ทั่วไป  น้ำมีสีดำ  ส่งกลิ่นเน่าเหม็น  เป็นที่น่ารังเกียจ
     เศษอาหาร  ถุงพลาสติกที่ใช้แล้ว  เศษผ้า  ใบไม้ร่วง  เรียกรวมว่า  ขยะมูลฝอย  ถ้าไม่ทิ้งให้เป็นที่เป็นทาง  จะสร้างความสกปรก  ขยะมูลฝอยที่กองอยู่บนดิน  เช่น  จำพวกเศษอาหาร  นอกจากจะส่งกลิ่นเหม็นแล้ว  ยังเป็นที่อยู่อาศัยของแมลงวันและหนู  เป็นแหล่งแพร่เชื้อโรคและเป็นอันตรายต่อสุขภาพของเรา  ขยะมูลฝอยที่ทิ้งลงในแม่น้ำลำคลอง  จะแพร่เชื้อโรคลงในน้ำ  ถ้าผู้ที่อาศัยอยู่ริมน้ำ  ใช้น้ำนั้นดื่มหรืออาบ  อาจจะเป็นโรคท้องร่วงหรือโรคผิวหนังได้ ดังนั้นเราทุกคนจึงควรช่วยกันรักษาความสะอาด  ไม่ทิ้งขยะมูลฝอยเกลื่อนกลาด  ถ้าเป็นขยะมูลฝอยในบ้าน  ควรรวบรวมใส่ถุง  เพื่อส่งให้รถเก็บขยะต่อไป
     เราสามารถกำจัดขยะมูลฝอยได้โดยการขุดหลุมฝัง  เผาไฟ หรือขายต่อ ขยะมูลฝอยจำพวกเศษอาหาร  อาจใช้วิธีขุดหลุมฝังใกล้โคนต้นไม้  แล้วกลบด้วยดิน  เศษอาหารจะเน่าเปื่อยเป็นปุ๋ยต่อไปขยะมูลฝอยที่ติดไฟได้  เช่น  เศษกระดาษ  ใบไม้แห้ง  อาจใช้วิธีเผาไฟ ขยะมูลฝอยบางจำพวกที่ยังมีประโยชน์  เช่น  กระดาษหนังสือพิมพ์  ขวดแก้วที่ไม่แตกหรือของใช้พลาสติกต่าง ๆ  อาจรวบรวมไว้ขายได้
     ในชีวิตประจำวันของมนุษย์เรา  มีของที่หมดประโยชน์ใช้สอย  หมดคุณภาพหรือชำรุดแตกหักมากมาย  สิ่งของทั้งหลายไม่ว่าจะเป็นวัสดุชิ้นเล็ก ๆ  เช่น  เศษกระดาษ  เศษอาหาร  เศษผ้า  แก้วแตก  หลอดไฟที่เสียแล้ว หรือวัสดุชิ้นใหญ่ ๆ  เช่น  โต๊ะ  เก้าอี้ที่ชำรุดหักพัง  พัดลมหรือตู้เย็นที่เสียใช้การไม่ได้  เรียกว่า  ขยะมูลฝอย  ทั้งสิ้น  เราพบขยะมูลฝอยได้ตามบ้านเรือนที่พักอาศัย  ร้านค้า  ตลาด  โรงเรียน  โรงพยาบาล  ตามท้องถนน และในแม่น้ำลำคลองทั่วไป  ขยะมูลฝอยเหล่านี้  ถ้าทิ้งกระจัดกระจาย  ไม่เป็นที่เป็นทาง  จะทำให้บ้านเมืองสกปรกไม่เป็นระเบียบ  ขยะมูลฝอยที่บูดเน่านอกจากจะส่งกลิ่นเหม็น  รบกวนผู้ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงยังเป็นแหล่งแพร่เชื้อโรคต่าง ๆ อีกด้วย


รูปขยะ